Raspberry-Oreo Pie

by : Sweet Me A Day update : 17.06.10


อากาศช่วงนี้อึมครึม อาจทำให้หลายๆ คนหมดอาการอยากกินขนมไปได้  วันนี้เราจึงอยากแนะนำเมนูง่ายๆ ที่ทำทานเองได้ไม่ยากเลยค่ะ  แถมสูตรนี้ยังไม่ต้องใช้เตาอบอีกต่างหาก  ด้วยรสชาติหวานน้อยๆ เปรี้ยวนิดๆ บวกกับครัสต์หอมๆ ตามแบบฉบับของโอรีโอแบบนี้  อาจทำให้หลายๆ คนหายจากความเหนื่อยและอาการเบื่อได้นะคะ

 

Ingredient

เตรียมพิมพ์ขนาด 20 ซม. (ควรใช้แบบที่ดันก้นพิมพ์ขึ้นมาได้ค่ะ)  ตัดเสิร์ฟได้ประมาณ 8-10 ชิ้น

ส่วนผสมครัสต์

โอรีโอ 1 แพค ...... ประมาณ 105 กรัม
เนยสดจืด (ละลายและพักไว้)  55 กรัม

ส่วนผสมมูสราสเบอรี่

ราสเบอรี่สดหรือแช่แข็ง ...... 200 กรัม
น้ำตาลทราย ...................... 50 กรัม
เจลาตินแผ่น (แช่น้ำเย็นไว้) .... 2 แผ่น
วิปปิ้งครีม ........................ 180 กรัม

 

สูตรและวิธีืทำขนมเค้ก ญี่ปุ่น

How to make Raspberry-Oreo Pie

ขั้นตอนการทำพายครัสต์

นำครีมออกจากโอรีโอก่อนค่ะ จากนั้นใส่โอรีโอถุงซิปล็อคปิดถุงให้เรียบร้อย  ใช้ที่คลึงแป้งก็ได้ค่ะ กดนวดๆ บดให้ละเอียดค่ะ
หรือหากใครมีฟู้ดโปรเซสเซอร์ ใช้เครื่องนี้ปั่นให้ละเอียดได้เลยนะคะ

จากนั้นนำโอรีโอที่เราบดแล้วมาใส่ชาม  ใส่เนยละลายลงไป  คลุกให้เข้ากีนดีค่ะ  นำไปกรุลงพิมพ์ให้แน่น นำไปพักให้ครัสต์เซ็ตตัวในตู้เย็น

ขั้นตอนการทำมูสราสเบอรี่

หากใช้ราสเบอรี่แช่แข็ง (ซึ่งราคาถูกกว่า  แต่ก็ใช้ได้  อร่อยเหมือนกันนะคะ) ให้นำออกจากช่องฟรีซก่อน   เมื่อน้ำแข็งละลาย ให้นำใส่หม้อก้นหนา  ตามด้วยน้ำตาลตามสัดส่วนที่ระบุไว้  ตั้งไฟปานกลางจนเดือด  แล้วปิดไฟ

 

วิธีทำเนื้อมูส เมนู Raspberry Oreo Pie

 

บีบน้ำออกจากเจลาตินให้หมด  นำเจลาตินที่นิ่มแล้วใส่ลงไปในราสเบอรี่  คนให้เจลาตินละลาย  แล้วนำส่วนผสมนี้มากรอง ควรกรองให้ได้น้ำได้เนื้อมากที่สุดค่ะ   แล้วพักไว้จนเย็นตัว

นำวิปปิ้งครีมมาตีจนตั้งยอดอ่อน  ตักวิปปิ้งครีมส่วนหนึ่งมาผสมกับราสเบอรี่ซอสที่เราพักไว้  คนให้เข้ากันดีก่อนแล้วค่อยคนให้เข้ากับส่วนผสมที่เหลือค่ะ    จากนั้นนำพิมพ์โอรีโอออกมาจากตู้เย็น เทส่วนมูสราสเบอรี่ลงไปค่ะ  เกลี่ยหน้ามูสให้เสมอกัน ปิดแร็ปให้เรียบร้อย  แล้วนำเข้าตู้เย็น  พักไว้อย่างน้อย 4 ชั่วโมง  หรือข้ามคืนจะดีที่สุดค่ะ  เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย!!

ก่อนยกไปเสิร์ฟ  เราตีวิปปิ้งครีมเล็กน้อยตักใส่บนขนม  โรยน้ำตาลสีสวยลงบนครีม  เท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ  เสิร์ฟแบบคูลๆ ได้เลย!!  หวังว่าคงไม่ยากเกินความสามารถสาวๆ โอแอลรีพับลิคใช่มั้ยค่ะ  ยังไงก็ลองฝึกทำกันดูนะคะ  

 

วิธีการทำขนม เมนู Raspberry-Oreo Pie

 

Sweet Ending Tips

มูสอาจเป็นตัวเลือกสุดท้ายของสาวกขนมในบ้านเรา  แต่พอนำมูสมาเป็นส่วนประกอบหนึ่งของขนมหลายๆชนิดแล้ว  กลับช่วยเพิ่มรสชาติและรสสัมผัสที่ดีไม่น้อยค่ะ

การทำพายโอรีโอนั้น  เวลาที่เราตัดเป็นชิ้นแล้วจะยกออกจากถาด  ให้ระวังโอรีโอด้านล่างแตกนะคะ  วิธีง่ายๆ คือก่อนจะยกออกมา ให้ค่อยๆ ใช้มีดเนื้อบางเซาะพายออกจากพิมพ์  ค่อยๆ ทำค่ะ  ก็จะช่วยให้เราตักพายออกมาได้อย่างสวยงาม

สำหรับวิปปิ้งครีมที่ใส่ด้านบน  เวลาตีเราควรเติมน้ำตาลลงไปเล็กน้อย เพื่อรสชาติจะได้ไม่เลี่ยนเกินไป  หากใช้วิปปิ้งครีม 65 กรัม  ก็ใส่นำ้ตาลประมาณ 1 ช้อนชาค่ะ  ตีให้ตั้งยอดสวยงาม  ตักใส่ถุงบีบ ใช้หัวบีบรูปดาวหรือแนวตัดตรงตามชอบได้เลยค่ะ

มูสแบบนี้หากใครไม่มีถาด  เราสามารถใช้ถ้วยที่มีในครัวมาแทนได้  โดยขั้นตอนทุกอย่างก็เหมือนเดิมค่ะ  แล้วเราจะนำเสนอในโอกาสต่อไปนะคะ

sweet me a dayอยาก ให้ Sweet Me a daY เป็นคอลัมน์ที่ช่วยแนะนำสาวๆ ที่อยากจะหัดทำขนมเค้กแบบญี่ปุ่นได้มีความสุขสนุกไปกับการทำขนมพร้อมๆ กัน ให้การทำขนมอร่อยๆ ช่วยสร้างสีสันและความ sweet ให้กับ your days! ซึ่งนอกจาก Sweet Me a daY เองแล้ว เธอยังชวน the gang สองสาวมือทำขนมคนเก่ง Bake-aholic และ VanillaOrchid มาร่วมขบวนการความอร่อยหลากสไตล์สลับกันด้วย แต่ละคนจะมีสไตล์น่ากินแค่ไหนต้องติดตาม!!

Sweet Me a daY : "จิ๊บ" ผู้หญิง (ที่เจ้าตัวว่า) ธรรมดาๆ (แต่เราว่าขนมฝีมือเธออร่อยเหลือใจ) มีความสุขทุกครั้ง เมื่อได้กินอาหารดีๆ และขนมอร่อยๆ ชอบขนมเค้กของญี่ปุ่นมาก แต่หาทานที่นี่ไม่ค่อยได้ ก็เลยคิดจะทำเองซะเลย ที่สำคัญ ทำออกมาแล้วอร่อยซะจนลืมอ้วน ... เค้กและขนมของ Sweet Me a daY ไม่หวานมาก แถมใช้วัตถุดิบดีๆ เท่าที่สามารถหาได้ ไม่ได้หน้าตาสวยเนี๊ยบ แต่อร่อยจัด พบขนมอร่อยและของน่ารักจากญี่ปุ่นของจิ๊บได้ที่ร้าน Spoonful Zakka ชั้น 2 The Portico ถนนหลังสวนใกล้แยกชิดลม 

Bake-aholic :  "ก้อย" เป็นคนที่รักการเรียนรู้และทดลองเรื่องขนมเป็นที่สุด  สงสัยอะไรเกี่ยวกับการทำขนม  ถามมาได้เลย  ก้อยจะหาคำตอบให้ได้เสมอ  เพื่อนๆ จะได้เห็นสูตรธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจากสาวคนนี้แน่นอน  แถมอร่อยมากๆ การันตีได้

VanillaOrchid :  "พี่อุ้ม" สาวหวานและอารมณ์ดีมากคนนี้ อยู่ไกลถึงอิตาลี  เป็นคนที่ทำขนมได้ไม่ต่างจากพาสตรี้เชฟเลยทีเดียวค่ะ  ขนมของพี่อุ้มนั้น ถ้าใครได้เห็นเป็นต้องตกหลุมรัก  เพราะนอกจากจะอร่อยแล้ว เธอยังตกแต่งขนมได้น่ารักกุ๊กกิ๊กสุดๆ